โจนส์ฟอร์มกระฉูด 3ผสานฮอต เจาะ 5 หัวข้อ หงส์แดง บุกกระหน่ำ ปอร์โต้

โจนส์ฟอร์มกระฉูด

โจนส์ฟอร์มกระฉูด หงส์แดง โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมบุกไปกระหน่ำ เอฟซี ปอร์โต้ 5-1 ในสนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป บี

โจนส์ฟอร์มกระฉูด ทำให้สองเกม “ลิเวอร์พูล” ชนะรวด รั้งหัวหน้าฝูงกรุ๊ปอย่างยอดเยี่ยม “เดอะ เร้ดส์” ชอบทำผลงานได้อย่างดียิ่งสำหรับเพื่อการเจอกับปอร์โต้ มาตลอด รวมทั้งพวกเขาสามารถบุกมาชนะยอดกลุ่มดินแดนฝอยทองถึงถิ่น 3 แมตช์ต่อเนื่องกันที่ได้เจอกันในถ้วยใบโตยุโรป พร้อมทั้งทำประตูรวมถึง 14 ลูกอย่างยิ่งจริงๆ

แต่ความมีชัยในเกมนี้ทำให้ “เดอะ เร้ดส์” เก็บ 6 คะแนนเต็มได้อย่างยอดเยี่ยม สามผสานกลับมาชั่วร้าย เจอร์เก้นคล็อปป์ตกลงใจเลือกใช้งาน ดีโอโก้ โชต้า ลงเล่นร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แล้วก็ ซาดิโอ มาเน่

โดยจอมบุกชาวโปรตุกีสทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้กระนั้นติดเพียงแค่สิ่งเดียวก็คือเขาไม่มีชื่อเป็นผู้ที่ทำประตูเพียงแค่นั้น จะว่าไปแล้ว โชต้า ก็ได้โอกาสบ่อยครั้งในเกมนี้ แต่ว่าโชคร้ายที่จังหวะยิงของเขาหากไม่โดน ดิโอโก้ คอสต้า นายทวารเจ้าของบ้านเซฟได้ ก็ยิงพลาดเป้าไปเอง เบ็คแฮมยัน

แม้กระนั้นผลงานโดนรวมนับว่าหวือหวารวมทั้งช่วยปั่นป่วนเกมรับของปอร์โต้ ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วงเวลาที่ ซาลาห์ กับ มาเน่ จะต้องบอกเลยว่าเล่นได้ตามมาตรฐานของพวกเขา ความรวดเร็ว จังหวะจบสกอร์ รวมทั้งการวิ่งหาช่องเพื่อทำแต้มทั้งคู่ชายหนุ่มจากดินแดนรอยแดงทวีปทำเป็นเนียนตาเลิศเลอ

ยิ่งไปกว่านี้พวกเขายังวิ่งลงไปช่วยเกมรับ รวมทั้งยังรอเชื่อมเกมดินแดนกึ่งกลางด้วย นับว่าวันนี้ทั้งสองเล่นได้ครบเครื่องจริงๆในกรณีของ “บังโม” ช่วงนี้จำต้องกล่าวว่าเป็นลำแข้งเบอร์ 1 ของทวีปแอฟริกาไปแล้ว

เนื่องจากว่าเขาก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลจากรอยดำทวีปผู้ที่สามที่ยิงได้ 30 ประตูหรือมากยิ่งกว่านั้นในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อจาก 2 ตำนานที่ห้อยเกือกไปแล้วมันก็คือ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา (44 ประตู) แล้วก็ ซามูเอล เอโต้ (30 ประตู)

ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ลงเป็นตัวสำรองในเกมนี้ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้โชว์ทีเด็ดมากเท่าไรนัก แม้กระนั้นอย่างต่ำๆก็มีชื่อทำคะแนน 2 ลูก สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นการเรียกความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับ “บ็อบบี้” ก่อนเกมลีกปะทะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างดีเยี่ยม

โจนส์ฟอร์มกระฉูด

โจนส์ฟอร์มกระฉูด ชายหนุ่มโจนส์ฟอร์มดุเดือดต้องใจเด็กหงส์

โจนส์ฟอร์มกระฉูด คล็อปป์บ่งบอกถึงมาตลอดว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเด็กดาวรุ่งของกลุ่ม โดยยิ่งไปกว่านั้น เคอร์ติส โจนส์ ที่ได้ได้โอกาสลงไปวาดลวดลายในสนาม 2 แมตช์ติดต่อกันได้แก่เกมเสมอ เบรนท์ฟอร์ด แล้วก็ปัจจุบันเกมกระหน่ำปอร์โต้ ในแมตช์กับ “เจ้าผึ้งน้อย”

โจนส์ฟอร์มกระฉูด โจนส์ก็ทำประตูสุดงามให้กับกลุ่ม แต่ว่าโชคร้ายที่ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันบางครั้งก็อาจจะไม่ค่อยถูกอกถูกใจสาวก “เดอะ ค็อป” แม้กระนั้นในเกมเยือนดินแดนฝอยทอง เจ้าตัวยังคงโชว์ฟอร์มผ่องแผ้วสมกับที่คล็อปป์ ไว้ใจจริงๆ

โจนส์ปฏิบัติภารกิจในดินแดนกึ่งกลางได้อย่างดียิ่งอีกทั้งเชื่อมเกม แล้วก็ตัดเกมคู่แข่งขัน ที่สำคัญในส่วนของเกมบุกเจ้าตัวเปรียบได้เสมือนดั่งตัวขับ อีกทั้งการติดต่อประสานงานกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน รวมทั้งการเลี้ยงบอลทะลุทะลวง

นอกจากนั้นยังมีทีเด็ดจากจังหวะยิงไกลซึ่งประตูขึ้นนำของ ซาลาห์ ก็ได้มาจากความยอดเยี่ยมในจุดนี้ของเขา เกมนี้สิ่งที่ตัวรุกเลือดผู้ดีชี้ให้เห็นก็คือการเล่นด้วยพลังขับเคลื่อนที่ดุเดือด ความองอาจสำหรับการครอบครองบอลอย่างในจังหวะที่ หงส์แดง ได้ประตูลำดับที่สี่

มันเริ่มมาจากความกล้าหาญครอบครองบอลในดินแดนตนเองแม้ว่าจะถูกคู่แข่งขันบีบคั้น ตราบจนกระทั่งมองเห็น ฟีร์มีโน่ ว่างค่อยเปิดบอลยาวให้ “บ็อบบี้” หลุดไปซัดประตู ผลสรุปผลงานของโจนส์ บ้านผลบอล

ในแมตช์นี้จะต้องพูดว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกทั้งเรื่องพละกำลัง, ความใจเย็นรวมทั้งความนิ่งสำหรับในการเล่น, วิสัยทัศน์, การจ่ายบอลที่เฉียบคม และก็ยังจัดแจงแผงกองกลางคู่แข่งขันไม่ให้เล่นได้อย่างง่ายๆด้วย

เกมรับแน่นแฟ้นแต่ว่ายังไม่สมบูรณ์แบบ เดี๋ยวนี้แฟนบอลหงส์แดง อาจไม่มีผู้ใดไม่ยอมรับได้ว่าคู่กองหลังตัวกลาง ที่เยี่ยมที่สุดของกลุ่มก็คือ โฌแอล มาติเตียนป กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เนื่องจากว่าทั้งคู่คนเล่นได้อย่างหนักแน่น ช่วยจัดแจงเกมบุกของเจ้าของบ้านได้อยู่มือ

อันที่จริงแล้วตลอดทั้งเกม ฟาน ไดค์ กับ มาติป แทบไม่ทำอะไรบกพร่องเลยด้วย พวกเขาสามารถจัดแจงเก็บกินจังหวะบุกของปอร์โต้ ได้หมด พวกลูกตั้งเตะลูกเตะมุมก็ไม่อาจจะทำอะไรสองปราการหลัง “ลิเวอร์พูล” ได้เลย

โชคร้ายตรงที่กลุ่มบางครั้งอาจจะติดประมาทไปหน่อยในจังหวะที่สะสางบอลกันไม่ขาด กระทั่งทำให้ วิเอยร่า ได้โอกาสได้เปิดบอลเข้าไปในจุดโทษ รวมทั้ง เมห์ดี้ ทาเรมี่ ที่วิ่งใส่เข้ามาระหว่าง ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ได้โหม่งเต็มหัวบอลพุ่งผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปซุกตูดตาข่าย

จากจังหวะอย่างงี้ คล็อปป์คงจะต้องจัดแจงติวเข้มสมาชิกจะต้องเล่นอย่างถี่ถ้วน และไม่ประมาท ด้วยเหตุว่าเกมถัดไปจะต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีนักเตะประสิทธิภาพคับแก้วทั้งทีม พวกเขาห้ามพลาดเด็ดขาด มิเช่นนั้นบางทีอาจเสียประตูได้โดยทันที

โจนส์ฟอร์มกระฉูด

ฟูลแบ็กเพิ่มเติมบันเทิงใจ, มิลเนอร์ลืมแก่

โจนส์ฟอร์มกระฉูด สิ่งที่จะไม่ดูมิได้เลยก็คือสองฟูลแบ็กในเกมนี้ เพราะเหตุว่าทั้งยัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตัวบุกปีกซ้าย แล้วก็ เจมส์ มิลเนอร์ ตัวบุกปีกขวา ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดียิ่งอีกทั้งการเติมเกมรุกที่ดุเดือด แล้วก็การเล่นเกมรับที่แน่นแฟ้น

การขึ้นเกมทั้งยังฝั่งซ้ายของ “ลิเวอร์พูล” เต็มไปด้วยคุณภาพและก็สามารถสร้างช่องทางสำหรับเพื่อการทำคะแนนได้โดยตลอด โดยยิ่งไปกว่านั้นการติดต่อประสานงานกันระหว่าง “ร็อบโบ้”, โจนส์รวมทั้ง มาเน่ จำเป็นต้องบอกเลยว่าเร็วและก็ดุเดือดมากมายๆ

เวลาที่เกมรับ โรเบิร์ตสัน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเคย แต่ในส่วนของเกมรุกทางขอบเส้นของปอร์โต้ ก็มิได้มีความอันตรายอย่างยิ่งนักทำให้ ตัวบุกปีกซ้ายกลุ่มชาติสกอตแลนด์ ไม่ต้องพบกับงานเหนื่อยยากซะเท่าใด

สำหรับ มิลเนอร์ จำเป็นต้องลงมาปฏิบัติหน้าที่ตัวบุกปีกขวาต้องอีกที และไม่ทำให้แฟนบอล “ลิเวอร์พูล” ผิดหวัง เนื่องจากเจ้าตัวเล่นได้โอเคมากๆวิ่งขึ้นลงอย่างกับเด็กอายุยี่สิบกว่าๆรวมทั้งมีส่วนช่วยให้กลุ่มได้ประตู 2-0 ซะด้วย

จังหวะสำหรับเพื่อการเปิดบอลให้ มาเน่ ทำคะแนนช่วยให้ในช่วงเวลานี้ไม่มีนักฟุตบอลหงส์แดง คนใดที่ทำแอสซิสต์ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก (ไม่รวมรอบเลือก)ได้มากกว่า มิลเนอร์ อีกแล้ว ซึ่งเขาทำเป็น 12 ครั้งพอๆกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันกลุ่ม

พร้อมทุกตำแหน่งก่อนปะทะ “เรือใบสีฟ้า” แมตช์นี้คล็อปป์ เลือกใช้งานผู้เล่นชุดเดียวกับที่เสมอ เบรนท์ฟอร์ด ขาดเพียงแค่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่มีลักษณะอาการเจ็บมิได้เดินทางมาช่วยกลุ่มเพียงแค่นั้น

โดยผลงานของพวกเขายังคงดุเดือดในเกมรุก แล้วก็อดทนในเกมรับ จะต้องพูดว่าแมตช์นี้เป็นการทำให้เห็นว่าคล็อปป์ เชื่อถือในนักฟุตบอลชุดนี้อย่างยิ่ง รวมทั้งมีความน่าจะเป็นสูงที่พวกเขาจะได้ลงเล่นด้วยกันอีกรอบในเกมจัดการ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามแอนฟิลด์ตอนสุดสัปดาห์นี้

เรื่องขวัญแรงใจของนักฟุตบอลหงส์แดงณ เวลานี้จำต้องบอกเลยว่าเต็มเปี่ยม ช่วงเวลาที่ แมนฯ ซิตี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการผิดรูปอยู่บ้าง ภายหลังที่บุกไปโดน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง สอยสบายเท้าสกอร์ 0-2

ดังนั้นมีเพียงแค่สองเรื่องที่คล็อปป์ ควรต้องย้ำสมาชิกเป็นพิเศษซึ่งก็คือการเล่นเกมรับที่ไม่มีจุดบกพร่องแล้วก็ห้ามประมาท กับอีกประเด็นก็คือความเฉียบคมสำหรับในการจบสกอร์ ด้วยเหตุว่าหากได้โอกาสราวกับเกมกับ เบรนทฟอร์ด รวมทั้ง ปอร์โต้แม้กระนั้นกลายเป็นประตูมิได้ โน่นอาจทำให้กำเนิดจุดเปลี่ยนแปลงของเกมได้อย่างยิ่งจริงๆ

https://crescentpointegolf.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น